พ่อแม่รังแกฉัน

 

คุณเคยได้ยินคำนี้มาแล้วใช่ไหม แล้วคุณรู้ไหมว่ามันเป็นยังไง พ่อแม่ชอบตี ชอบแกล้งเหรอ หรือว่าพ่อแม่ไม่ให้ของที่ที่เราอยากได้ ถึงเราจะร้องไห้ยังไงพ่อแม่ก็ไม่ตามใจสักที ความคิดเหล่านั้นเอาออกจากหัวไปเลยครับ เดี่ยววันนี้ผมจะมาเล่าประสบการณ์ที่ผมเคยเจอมากับตัว


                 ผมเป็นลูกคนเดียว พ่อทำงานราชการ แม่ทำงานออฟฟิศ ฐานะทางการเงินของครอบครัวผมค่อนข้างดีเลยแหละ ผมเกิดมาก็สบายแต่เด็กเลย พ่อกับแม่เอาใจผมทุกอย่าง ทะนุถนอมผมแบบสุด ๆ ไปเลย อย่างว่าแหละ ผมมันลูกคนเดียว พ่อแม่ที่ไหนจะไม่รักหล่ะ ว่าไหม แต่นั่นแหละครับ จุดเริ่มต้นของคำว่า พ่อแม่รังแกฉัน ตอนผมต้องเข้าเรียนอนุบาลถึงประถม พ่อกับแม่ก็หาโรงเรียนที่ดีที่สุด บางทีพ่อถึงกับต้องใช้เงินเพื่อให้ผมได้เรียนที่นั่น ผมได้เรียนโรงเรียนสบายมาตลอดจนถึง ป.5 หรือ ป.6 เนี้ยแหละ ผมเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียน แล้วผมหกล้มจนเป็นแผลนิดหน่อย พ่อแม่ผมโกรธเด็กที่เล่นกับผมและพ่อแม่ของเขามาก ยังกับว่าเขาผิดเต็ม ๆ ทั้ง ๆ ที่เราแค่เล่นกัน ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้เรื่องเท่าไหร่หรอก แต่ผมยังพอจำความได้บ้าง มันทำให้ผมคิดว่า ใครก็ทำอะไรผมไม่ได้หรอก ผมมีพ่อช่วย แม่ช่วย และใช่ครับ ผมเป็นเด็กที่ไม่ได้ตั้งใจเรียนอะไรเลย เข้าเรียนไปวัน ๆ ชอบแกล้งเพื่อน รังแกเพื่อนที่อยู่หน้าห้องเพราะเขาชอบร้องไห้ ผมเคยโดนครูเรียกเข้าห้องปกครองบ่อยมาก

และเวลาครูเรียกผู้ปกครอง พ่อก็จะให้พ่อบ้านที่บ้านมาคุยกับครูแทน วันประชุมผู้ปกครอง วันพ่อวันแม่ พ่อแม่ไม่เคยมาเลยสักครั้ง ส่งแต่พ่อบ้านแม่บ้านมาแทนตลอด แต่ถ้าวันไหนผมมีแผลกลับบ้านทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคนอื่นเลย พ่อ กับ แม่ ผมมาถึงโรงเรียนแน่นอน ผมสอบไม่ผ่านจนแทบจะไม่ได้เรียนต่อ พ่อก็เข้าไปคุยกับ ผอ. แล้วบอกว่าผมสอบผ่านแล้ว ในเวลานั้นผมดีใจมากแล้วคิดว่าไม่ว่าจะมีปัญหาอะไร “พ่อกับแม่ช่วยผมได้ตลอด” พอผมจบ ม.3 ผมบอกกับพ่อว่าผมไม่อยากเรียนแล้ว ผมอยากหาอะไรทำมากกว่า ตอนนั้นผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะทำอะไร ผมก็นอนอยู่บ้านไปเสียเวลาเรียนไปเกือบปี ผมมาบอกพ่อว่าผมอยากเรียนแล้ว พ่อแม่ไม่เคยขัดใจผมเลย ผมเอาแต่ใจมาก ๆ ติดเป็นนิสัยใครทำอะไรไม่ได้ต้องฟ้องพ่อกับแม่


                ผมเรียนต่อ ม.4 จนจบ ม.6 ด้วยความที่ผมเป็นเด็กหลังห้อง มีแก๊งมีกลุ่ม จริง ๆ ผมก็แทบไม่จบ ม.6 ด้วยซ้ำแต่พ่อผมก็ทำวิธีเดิม ผมก็จบมาได้แบบงง ๆ ผมกับเพื่อนใช้ชีวิตกับแบบสำมะเลเทเมา ในช่วงชีวิตที่พึ่งจบ ม.6 เพื่อนบางคนก็เรียนต่อปอตรี บางคนก็ไม่ได้เรียนไปหางานทำ ผมคือหนึ่งในนั้นที่ไม่ได้เรียนและก็ไม่ได้ทำงานทำ ผมขอแต่เงินพ่อแม่ไปวัน ๆ แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยขัด ตามใจจนผมเสียคน พอเวลาผ่านไปได้ไม่นาน ผมอายุ 20 พ่อกับแม่ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังไปทำงาน พ่อกับแม่ต้องไปทำงานทางเดียวกันเลยไปพร้อมกันทุกวัน ผมก็นอนเมาค้างอยู่ที่บ้าน มีเสียงโทรศัพท์ดังมาหลายสายมาก ผมก็ไม่รับเพราะว่าตอนนั้นผมจะนอน จนมีคนมาเรียกผมผมก็ตื่นมาแบบงง ๆ มึน ๆ พ่อบ้านปิดประตูมาแบบหน้าตาตื่นตระหนกมาก เขาบอกว่า พ่อกับแม่ผมประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล ผมรีบลุกไปเลยโดยที่ยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลย พอไปถึงโรงพยาบาล หมอบอกผมว่า เสียใจด้วยครับ คุณพ่อคุณแม่คุณไม่หายใจแล้ว จังหวะนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งงงอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน

หลังจากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ก็ผ่านมา 6 ปีแล้ว ตอนนี้ผมอายุได้ 26 ปี ใช้เงินที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ตอนท่านเสียจนใกล้จะหมด ผมมีแต่ใช้ ไม่มีหาเพิ่ม เวลาที่ผ่านมา 6 ปีผมไม่เคยไปหางานทำเลย เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องทำงานอะไร จนตอนนี้ผมต้องหางานเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง โดยที่ว่า งานอะไรก็ได้ เพื่อนสักคนก็ไม่มีอยู่กับผมเลย หันไปพึ่งใครก็ไม่ได้ เพราะปกติผมมีพ่อกับแม่ ผมก็สบายแล้วทุกอย่าง แต่วันนี้มันไม่มีท่านแล้ว ไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ เพราะด้วยเกรดเฉลี่ยที่ไม่รู้ว่าจบมาได้ไง กับนิสัยตัวเองที่ไม่ค่อยฝึกเรื่องมารยาทมาสักเท่าไหร่ เข้าสังคมกับใครไม่เป็น เพราะเคยแต่รังแกคนอื่น และผมก็นึกถึงคำ ๆ หนึ่งที่ครูเคยสอนตอนยังเด็ก เรื่องพ่อแม่รังแกฉัน ผมพึ่งเข้าใจความหมายมันอย่างแท้จริงก็ในวันที่ผมเจอมันด้วยตัวผมเอง และนี่แหละครับ ชีวิตของผม ชีวิตของเด็กคนนึงที่ถูกพ่อแม่รังแกมาตั้งแต่เด็ก แต่โทษท่านฝ่ายเดียวมันก็ไม่ถูก เพราะสุดท้าย คนที่เลือกจะทำมันคือผม คือตัวของเราเอง ผิดชอบชั่วดีอยู่ที่เราเลือกจะทำครับ..