ภาวะเบาหวานลงไต

นอกจากโรคเบาหวานจะเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังมีภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้อีกด้วย โดย สภากาชาดไทย ระบุว่า 1 ใน 3 ของผู้ป่วยเบาหวาน มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคไตเรื้อรังร่วมด้วย หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เบาหวานลงไต 

อาการเมื่อเกิดเบาหวานลงไต

เบาหวานลงไต ในช่วงแรกจะไม่มีความผิดปกติปรากฏ นอกจากไตทำงานหนัก อาจจะมีโปรตีนรั่วหรือไข่ขาวรั่วในปัสสาวะ การทำงานของไตลดลง ทำให้มีของเสียคั่ง น้ำคั่ง ทำให้เกิดตัวบวม แขนขาบวม อาจถึงขั้นล้างไตหรือเปลี่ยนไต

กลุ่มเสี่ยงเบาหวานลงไต

กลุ่มผู้ป่วยที่พบได้บ่อย ได้แก่ ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี

  1. มีภาวะความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง
  2. อ้วน
  3. สูบบุหรี่
  4. มีเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
  5. มีญาติใกล้ชิดในครอบครัวป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง

ความเสี่ยงเมื่อเบาหวานลงไต

  • เมื่อเบาหวานลงไตจะเพิ่มความเสียงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงกว่าคนที่เป็นเบาหวานแต่ไม่ลงไต
  • มีโอกาสทำให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายหรือระยะที่ต้องทำการฟอกไตเพื่อช่วยยืดอายุ
  • ผู้ที่เป็นเบาหวานลงไตจะมีโอกาสติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย ส่งผลให้ไตทรุดตัวได้เร็วและหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีอาจทำให้เสียชีวิตได้

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องรู้จักคำว่าน้ำตาลสะสมและเป้าหมายในการรักษาตนเองน้ำตาลสะสม ควรมีระดับที่เท่าไหร่ ซึ่งเป้าหมายแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน อาหารและการควบคุมอาหารเป็นหลักการสำคัญในการดูแลตนเอง ซึ่งจะต้องรับประทานอาหารที่เหมาะสม จำกัดอาหารจำพวก ข้าว แป้ง น้ำตาล เน้นทานผัก ผลไม้ แต่ผลไม้บางชนิดมีน้ำตาลสูง เช่น ทุเรียน สับปะรด มะม่วง ก็ไม่ควรที่จะรับประทานมาก นอกจากนี้การออกกำลังกายก็จะทำให้ควบคุมเบาหวานได้ดีขึ้นและสิ่งที่มักมาคู่กับโรคเบาหวาน คือ ความดันโลหิตและระดับไขมันก็ควรควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม

 

พฤติกรรมที่ทำให้เกิดสิวอุดตัน 

ทำไมผิวหน้าจึงเต็มไปด้วยสิวอุดตัน จนทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ทั้งๆ ที่ให้ความสำคัญกับการบำรุงผิวเสมอ วันนี้เราขอนำพฤติกรรมผิดๆ ที่บางครั้งสาวๆ อาจจะเคยเผลอไปทำ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนมีส่วนทำให้เกิดสิวอุดตันโดยไม่รู้ตัว จะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

1.ล้างหน้าไม่สะอาดก่อนนอน

ในแต่ละวันผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับเชื้อโรค ฝุ่นละออง แสงแดด และเครื่องสำอางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นก่อนนอนทุกคืนควรทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาด ควรใส่ใจการล้างหน้าที่ถูกต้องและมั่นใจว่าสะอาดจริง มิเช่นนั้นอาจทำให้เกิดการอุดตันรูขุมขน จนทำให้เกิดสิวอุดตันตามมาได้

2.ละเลยการสครับผิวหน้า

โดยปกติแล้วยิ่งมีอายุมาก การผลัดเซลล์ผิวก็ยิ่งมีประสิทธิภาพที่ลดลง จนบางครั้งทำให้เซลล์เก่าที่ตายแล้วไม่หลุดออกไป ส่งผลให้ผิวหน้าแลดูหมองคล้ำและอุดตันรูขุมขน ดังนั้นจึงควรสครับผิวหน้าอย่างน้อยอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อช่วยให้เซลล์เก่าหลุดออกไป พร้อมให้เซลล์ใหม่ได้เข้ามาแทนที่

3.ไม่ล้างหน้าทันทีหลังออกกำลังกาย

การละเลยการล้างหน้าหลังออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดสิวอุดตันเท่านั้น แต่ยังเป็นการสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียอีกด้วย ดังนั้นหลังออกกำลังกายและพักหายเหนื่อยแล้ว ควรรีบล้างหน้าหรืออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที

4.แปรงแต่งหน้าไม่สะอาด

แปรงแต่งหน้าที่ใช้เป็นประจำทุกวัน สาวๆ จะมั่นใจได้อย่างไรว่าสะอาดจริง ซึ่งแปรงแต่งหน้าถือเป็นแหล่งสะสมแบคทีเรียที่สัมผัสกับผิวหน้าในทุกวัน ดังนั้นจึงควรทำความสะอาดแปรงต่างๆ ที่ใช้ในการเกลี่ยเครื่องสำอาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสิวอุดตันตามมา

5.เอามือสัมผัสผิวหน้าบ่อย

การเอามือสัมผัสผิวหน้า ถือเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่เลิกยากมาก บางครั้งนั่งทำอะไรเพลินๆ รู้ตัวอีกทีมือกำลังลูบผิวหน้าไปเสียแล้ว ซึ่งมือของคนเราจัดเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคและแบคทีเรียจำนวนมาก เพราะมือผ่านการจับสิ่งต่างๆ นับไม่ถ้วนเลยทีเดียว หากไม่สามารถเลิกพฤติกรรมเช่นนี้ได้ ก็ย่อมทำให้เกิดสิวอุดตันบนผิวหน้าได้

6.ทำความสะอาดผ้าปูที่นอนนานๆ ครั้ง

ผ้าปูที่นอน รวมทั้งปลอกหมอนและผ้าห่ม มักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคที่สาวๆ มักชะล่าใจคิดว่ามันสะอาดอยู่เสมอ เนื่องจากอยู่ในห้องนอน จึงไม่ค่อยเอามาทำความสะอาดบ่อยๆ แต่ทราบหรือไม่ว่าการทำความสะอาดผ้าปูที่นอนนานๆ ครั้ง นอกจากจะส่งกลิ่นเหม็นอับแล้ว ยังก่อให้เกิดสิวอุดตันบนผิวได้อีกด้วย

7.ไม่ทำความสะอาดมือถือที่ใช้

มือถือที่ใช้อยู่ทุกวัน สัมผัสหน้าจอวันละไม่รู้กี่ร้อยครั้ง ย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงเชื้อโรคต่างๆ ได้เลย ดังนั้นการใช้มือถือที่ไม่หมั่นเช็ดทำความสะอาดบ่อยๆ อาจทำให้เป็นสิวอุดตันบนผิวหน้าได้ เนื่องจากบางครั้งมือถือไปสัมผัสกับผิวบริเวณแก้มในขณะที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่

8.เผชิญกับมลภาวะทุกวัน

ปัญหามลภาวะถือเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ อาจจะต้องเผชิญกับปัญหานี้อย่างหนัก ซึ่งปัญหามลภาวะไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจเท่านั้น แต่ยังก่อความเสียหายต่อผิวพรรณอีกด้วย และที่สำคัญยังทำให้เกิดสิวอุดตันและริ้วรอยอีกเช่นกัน

เมื่อรู้ถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดสิวอุดตัน จนทำให้ผิวไม่เรียบเนียนกันไปแล้ว เชื่อว่าหลังจากนี้สาวๆ จะหันมาให้ความสำคัญและใส่ใจกับเรื่องความสะอาดมากยิ่งขึ้น ทั้งการล้างหน้า การทำความสะอาดแปรงแต่งหน้า การซักผ้าปูที่นอนบ่อยๆ รวมทั้งการเช็ดมือถือเพื่อกำจัดเชื้อโรค เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลทำให้เกิดสิวอุดตันได้สูง

 

เคล็ดลับแก้ปัญหาผมแห้งในหน้าหนาว

ผมแห้งหลุดร่วงถือว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับหลายๆคน และทำให้หลายคนขาดความมั่นใจ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็เกิดจากการดูแลเส้นผมที่ไม่ถูกต้อง การใช้ความร้อนผลิตภัฑณ์จัดแต่งทรงผม และอากาศที่มีความชื้นต่ำในฤดูหนาวก็มีส่วนทำให้ผมและหนังศีรษะแห้ง แต่อย่าได้กังวลไป เพราะผมที่แห้งเสียก็สามารถฟื้นฟูให้กลับมามีน้ำหนักสุขาภาพผมดีได้อีกครั้ง

1.หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อน

ความร้อนที่เกิดจากทั้งเครื่องเป่าผม ที่หนีบผมล้วนแล้วแต่เป็นตัวกระตุ้นให้เส้นผมขาดความชุ่มชื้น ดังนั้น ควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผมโดยตรง เปลี่ยนไปใช้พัดลมหรือไดร์เย็นในการเป่าผมให้แห้งแทน หรือหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผมจากความร้อนมาใช้ก่อนจัดการทรงผม ก็จะช่วยเพิ่มเกราะป้องกันความร้อนก่อนใช้เครื่องเป่าหรือที่หนีบผมได้แล้ว

2.เลือกใช้แชมพูและครีมนวดที่เหมาะสม

สำหรับเทคนิคการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมให้เหมาะสมกับผู้ที่มีสภาพผมแห้งเสีย คือ ควรพิจารณาเลือกซื้อแชมพูและครีมนวดที่มีส่วนประกอบหลักของโปรตีน อย่างเช่น เมล็ดอัลมอนด์ เมล็ดถั่วเขียว เพื่อให้โปรตีนเข้าไปบำรุงและซ่อมแซมเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงเงางาม

3.ใช้ทรีทเม้นท์อาทิตย์ละครั้ง

อีกวิธีที่สามารถช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียให้กลับมาสุขภาพดีได้ก็คือ การทำทรีทเม้นท์ เพราะผลิตภัณฑ์เหล่านี้ต่างรวบรวมเอาโปรตีนและวิตามินบำรุงผมไว้อย่างเข้มข้น ทำให้หลังจากใช้จะรู้สึกว่าผมนุ่มลื่นและเงางามมากขึ้น

4.ใช้หวีและแปรงผมอย่างถูกวิธี

สำหรับหนุ่มๆ ผมยาวที่มักหวีผมด้วยความรุนแรงบอกไว้เลยว่า นั่นคืออีกสาเหตุของการแห้งแตกของเส้นผม เพราะแรงเสียดสีของแปรงทำให้เซลล์เส้นผมเสียหายและหลุดลอกออกมา วิธีการแปลงผมอย่างถูกต้อง ให้เริ่มจากการหวีส่วนโคนผมก่อน แล้วค่อยๆ ไล่ลงมาส่วนปลายอย่างเบามือ อย่ากระชากหรือดึงลงมาแรงๆ อีกทั้งการแปรงผมจากส่วนบนลงล่างจะช่วยทำให้น้ำมันบำรุงจากหนังศีรษะกระจายลงมาทั่วถึงปลายผมได้อีกด้วย

5.เว้นระยะการทำเคมีกับเส้นผม

การเปลี่ยนสีผมรวมไปถึงการเปลี่ยนทรงผมทั้งการยืด การดัด ต่างก็เป็นวิธีที่ใช้สารเคมีกับเส้นผมทั้งสิ้น และด้วยสารเคมีที่ใช้กับเส้นผมเหล่านี้ย่อมจะเข้าไปทำลายโปรตีนในเส้นผมทำให้ผมแห้งเสีย และไร้น้ำหนักมากขึ้น ดังนั้น จึงควรมีระยะห่างให้เหมาะสมประมาณ 3 เดือน เพื่อไม่ให้เส้นผมสูญเสียเคราตินมากเกินไป อีกทั้งควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แรงมากเกินไปด้วยจะดีที่สุด

ผมแห้งเสียในหน้าหนาวอาจจะทำให้กลับมาเป็นปกติได้ยาก แต่หากคุณหมั่นบำรุงเส้นผมเป็นประจำ และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ก็รับรองได้เลยว่าผมจะเงางาม และนุ่มลื่นได้เหมือนเดิมแน่นอน

 

แจกสูตรกำจัดขี้ไคล 

วันนี้เราขอเอาสูตรธรรมชาติที่ช่วยกำจัดขี้ไคลให้สะอาดหมดจดมาแชร์ให้ได้นำไปลองทำตามกันดู ขอบอกเลยว่าแต่ละวิธีไม่เพียงแต่จะทำให้ผิวไร้ขี้ไคลเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวไร้ความหมองคล้ำอีกด้วย แต่ละวิธีต้องทำอย่างไรกันบ้างนั้นไปดูกันเลย

1.น้ำมันมะกอกผสมเกลือ

สูตรนี้ให้เอาเกลือและน้ำมันมะกอกมาผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมานวดและขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบาๆ ก่อนอาบน้ำ หมั่นทำบ่อยๆ ได้ตามต้องการ จะช่วยขจัดคราบขี้ไคลและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ตามผิวหนังให้หลุดออกไป ทำให้ผิวพรรณค่อยๆ ขาวใสและเนียนนุ่มน่าสัมผัส

2.กากกาแฟผสมน้ำผึ้งและนมสด

สำหรับสาวๆ ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมของกาแฟ แนะนำให้เอากากกาแฟผสมกับน้ำผึ้งและนมสดเข้าด้วยกัน จากนั้นเอามาขัดผิวให้ทั่วแต่เพียงเบาๆ พอกทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วจึงอาบน้ำตามปกติ จะช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังช่วยให้ผิวนุ่มน่าสัมผัสอีกด้วย

3.มะขามเปียกผสมน้ำผึ้ง

สูตรนี้หลายๆ คนมักจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยเอามะขามเปียกผสมน้ำผึ้งแต่เพียงเล็กน้อย แล้วคั้นส่วนผสมทั้งสองให้เข้ากัน นำมาขัดผิวเบาๆ หรืออาจจะใช้ใยบวบมาเป็นตัวช่วยในการขัดผิวให้ทั่วตัวก็ได้ เน้นขัดบริเวณที่มีคราบขี้ไคลฝังแน่น จากนั้นให้พอกทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงค่อยอาบน้ำตามปกติ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายให้หลุดออกได้ง่าย และยังช่วยให้ผิวนุ่มขึ้นพร้อมทั้งขาวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

4.เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเปล่า

สูตรนี้แนะนำสำหรับใครที่มีคราบขี้ไคลเยอะมาก ให้เอาเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำเปล่าแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเอามาขัดให้ทั่วตัว ใช้ใยบวบขัดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วอาบน้ำตามปกติ ต่อด้วยเช็ดตัวให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวสูตรไวท์เทนนิ่งทันที จะช่วยให้ผิวขาวและเนียนนุ่มขึ้น

5.ใช้หินขัดตัว

สูตรนี้คือสูตรสุดเบสิคที่ไม่ต้องมีส่วนผสมอะไรมากมาย แค่ใช้หินขัดตัวถูสบู่ในขณะน้ำอาบอย่างเบามือ ก็ช่วยให้ขี้ไคลถูกกำจัดออกไปได้เช่นกัน

เมื่อรู้ถึงสูตรกำจัดขี้ไคลให้ได้ผลกันไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้สาวๆ อย่าได้ละเลยการขัดขี้ไคลเด็ดขาด เพราะการปล่อยให้ขี้ไคลติดตามผิวหนังเป็นเวลานาน จะยิ่งทำให้กำจัดออกไปยาก และสำหรับใครที่ไม่ค่อยมีเวลาขัดผิวด้วยสูตรต่างๆ แนะนำให้ล้างสบู่ออกให้หมดทุกครั้งที่อาบน้ำ จะช่วยลดการสะสมของคราบสบู่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้มีขี้ไคลได้นั่นเอง

 

โรคเหนื่อยง่าย  เกิดจากอะไรได้บ้าง

ถ้ารู้สึกตัวเองเหนื่อยง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ อาการอย่างนี้ควรกังวลใจแค่ไหนนะ เข้าใจว่าความเหนื่อยใครๆ ก็มีได้ แต่ถ้ายังไม่ทันได้ทำอะไรก็เหนื่อยง่ายอาจไม่ใช่เรื่องที่ควรนิ่งนอนใจแล้วหรือเปล่า ใครมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง ทำอะไรก็เหนื่อยหอบ หายใจแทบไม่ทัน ทั้งที่อายุไม่เท่าไร ลองมาดูหน่อยว่าอาการที่เราเหนื่อยง่ายเกิดจากอะไรได้บ้าง

พักผ่อนไม่เพียงพอ

โดยเฉพาะคนที่อดหลับอดนอนติดต่อกันหลายวัน ความอ่อนเพลียจากการที่ไม่ได้พักผ่อนจะทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ ตกอยู่ในโหมดไม่มีชีวิตชีวา ไม่อยากขยับตัวไปไหน ยิ่งเวลาบ่าย ๆ จะรู้สึกง่วงงุนหนักมาก อยากแต่จะนอนอย่างเดียวเลย

นอนกรน

คนที่นอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ มักจะนอนหลับไม่สนิท ส่งผลให้รู้สึกเพลียและเหนื่อยง่าย มีอาการง่วงนอนบ่อยในช่วงกลางวัน

ติดกาแฟ

หากดื่มกาแฟเกินวันละ 4 แก้ว และดื่มกาแฟช่วงหลังบ่ายสองอยู่ประจำ อาจทำให้นอนหลับได้ไม่ดี จนร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ตื่นมาก็ไม่สดชื่นและรู้สึกอ่อนล้า เหนื่อยง่ายกว่าปกติ

ติดหวานมากเกินไป

แม้การดื่มน้ำหวานหรือการกินของหวานจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ชั่วขณะ แต่หากกินหวานจนเสพติดรสชาติหวานมากเกินไป ระดับน้ำตาลในเลือดสูงจนร่างกายปรับสมดุลไม่ทัน น้ำตาลจะไปยับยั้งการผลิตฮอร์โมนเลปติน หรือฮอร์โมนอิ่ม ส่งผลต่อการเรียนรู้และจดจำของสมองในส่วนฮิปโปแคมปัสให้มีการตอบสนองได้ช้ากว่าปกติ เป็นเหตุให้สมองจดจำอะไรได้ไม่ดี ร่างกายเฉื่อยชาและอ่อนเพลียอีกด้วย

เพิ่งฟื้นตัวจากไข้

หลังจากหายป่วย ร่างกายจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติดี จนอาจรู้สึกเพลีย ๆ และเหนื่อยง่ายกว่าปกติอยู่บ้าง ต้องรอให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเต็มที่ถึงจะมีเรี่ยวแรงทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ความเครียด วิตกกังวล

เวลาทำงานเครียด ๆ หรือกำลังรู้สึกกังวลกับอะไรบางอย่าง เคยสังเกตไหมคะว่าเราจะรู้สึกเหนื่อยกว่าปกติ หายใจไม่ค่อยเต็มอิ่ม และเพลียไปทั้งร่างกาย นั่นก็เป็นเพราะความเครียด ความรู้สึกกดดัน อารมณ์เหล่านี้มีผลต่อร่างกายเราได้โดยตรง ดังนั้นเมื่อเครียดจากการเรียน การทำงาน หรือปัญหาชีวิต เราจึงมักจะรู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร และบางคนก็มีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยเนื้อตัวร่วมด้วย

ออกกำลังกายน้อยมาก

โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งทำงานอยู่กับที่ทั้งวัน ไม่ค่อยลุกไปไหน ยิ่งไม่ออกกำลังกาย ไม่ขยับไปไหน ยิ่งเหนื่อย เพราะการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มออกซิเจนในเลือด ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดเป็นไปด้วยดี ร่างกายก็จะรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่หากขาดการออกกำลังกาย ร่างกายก็จะไม่แข็งแรง มีอาการเหนื่อยง่าย หรือที่เรียกกันว่าร่างกายไม่ฟิตปั๋งนั่นเอง

ลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี

ไม่ว่าจะเป็นการอดอาหารลดน้ำหนัก กินน้อยเกินไป การลดน้ำหนักแบบ IF หรือคีโตที่ไม่ถูกวิธี ล้วนส่งผลเสียต่อร่างกายได้ทั้งนั้น อย่างอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรงจากการที่ร่างกายขาดสารอาหารก็ด้วยเช่นกัน

ตั้งครรภ์

ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ และมีอาการประจำเดือนขาด เจ็บหน้าอก คลื่นไส้ ปัสสาวะบ่อย เป็นต้น

การรับประทานยาบางชนิด

เช่น ยาแก้แพ้ ยาแก้คลื่นไส้-อาเจียน ยาต้านเศร้า หรือยาระงับอาการปวดบางชนิด อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายได้

อาการเหนื่อยง่ายที่เกิดจากโรค หรือภาวะผิดปกติบางอย่าง

โรคอ่อนเพลียเรื้อรัง

จัดเป็นโรคในกลุ่มอาการอิดโรยเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติจากระบบกลไกของร่างกาย ทำให้มีอาการเหนื่อยล้า อ่อนแรง ไม่มีสมาธิ ปวดตามข้อ เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดศีรษะ และมีอาการนอนหลับไม่สนิทติดต่อกันหลายคืน

ต่อมหมวกไตล้า

ต่อมหมวกไตล้าเป็นภาวะที่เกิดจากความเครียด โดยภาวะนี้จะทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เหมือนไม่ค่อยมีแรงจะทำอะไร ไม่ค่อยมีสมาธิ รู้สึกเนือย ๆ มึน ๆ อยากกินแต่ของหวาน ของเค็ม ตื่นมาก็ไม่สดชื่น ใครมีอาการอยู่ลองมารู้จักภาวะนี้กัน

โรคลมหลับ

เป็นโรคที่เกี่ยวกับการนอนหลับโดยตรง ผู้ป่วยจะมีอาการง่วงนอนทั้งวัน สามารถหลับได้ทุกที่ แม้จะอยู่ในท่านั่ง ยืน หรือกำลังทำงานอะไรอยู่ ก็อาจมีอาการผล็อยหลับแบบเฉียบพลัน ทั้งยังจะมีอาการไม่อยากเคลื่อนไหวร่างกาย อยากแต่จะนั่ง ๆ นอน ๆ ตลอดทั้งวัน ซึ่งโรคนี้พบได้บ่อยในวัย 15-25 ปี และวัยทำงานช่วงอายุ 35-45 ปี

โรคซึมเศร้า

ความอ่อนเพลียกับโรคซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กัน ผู้ป่วยที่มีอาการอ่อนเพลียเรื้อรังก็มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้าสูง ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าก็จะมีอาการอ่อนเพลียร่วมด้วย เนื่องจากอาการนอนไม่หลับ ภาวะเบื่ออาหารจนทำให้ขาดสารอาหาร ความเครียด ภาวะขาดแรงบันดาลใจ รวมไปถึงผลของยาต้านเศร้าด้วย

โรคหัวใจ

อาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว ร่วมกับอาการใจสั่น เจ็บหน้าอก ขาบวม วูบบ่อย แม้จะไม่ได้ออกแรง หรือเพียงออกแรงเล็กน้อยก็ตาม อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจได้ ดังนั้นหากพบสัญญาณนี้ควรรีบไปพบแพทย์นะคะ

โรคปอด

เมื่อใดที่ปอดทำงานได้ไม่เต็มที่ การหายใจรับออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายก็จะสะดุดไปด้วย ส่งผลให้หายใจเหนื่อย หายใจไม่อิ่ม และมีอาการอ่อนเพลีย ดังนั้นควรรีบไปรักษาโรคปอดให้หายโดยเร็วที่สุด

โรคไทรอยด์

ภาวะต่อมไทรอยด์ผิดปกติทั้งไทรอยด์ทำงานเกิน (Hyperthyroid)  หรือภาวะขาดไทรอยด์ (Hypothyroid) จะทำให้มีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ซึ่งโรคนี้สังเกตอาการไม่ยากนะคะ หากเป็นไทรอยด์เกิน หรือไทรอยด์เป็นพิษ จะกินเท่าไรก็ไม่อ้วน ส่วนไทรอยด์ขาดจะอ้วนง่าย ดังนั้นถ้าสงสัยว่าจะป่วยแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ได้เลย

โรคโลหิตจาง

เป็นอีกหนึ่งโรคที่เมื่อป่วยแล้วจะรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะตอนที่ออกแรง ร่วมกับมีอาการตัวซีด ปากซีด ตัวเหลืองจนสังเกตเห็นได้ชัด เบื่ออาหาร หน้ามืด วิงเวียนบ่อย ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว เป็นต้น สาเหตุเกิดจากการขาดธาตุเหล็ก สารอาหารสำคัญต่อการผลิตเม็ดเลือดแดงที่คอยส่งออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

 

ต้นไม้ฟอกอากาศลิ้นมังกร

ยุคสมัยนี้ การแต่งบ้านด้วยต้นไม้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เป็นส่วนประกอบหนึงในบ้านวันนี้เราจะมาเสนอต้นไม้อีกหนึ่งต้นที่เป็นต้นไม้ฟอกอากาศ ต้นลิ้นมังกร มาเสนอให้ลองเอาไปปลูกกัน

ลักษณะและพันธุ์ลิ้นมังกร

        เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ลิ้นมังกรขอบเหลืองใบยาว ลิ้นมังกรขอบเหลืองใบสั้น ลิ้นมังกรลายด่าง ลิ้นมังกรใบกลม ลิ้นมังกรใบจุด ลิ้นมังกรครีบปลาวาฬด่าง เป็นต้น แต่มีลักษณะเด่นที่ใบเรียวยาวคล้ายหอก มีทั้งชนิดใบสั้นและใบยาว ส่วนปลายใบมีทั้งแบบปลายใบแหลมมีหนาม ปลายใบแหลมไม่มีหนาม และปลายใบมน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอและตัดชำใบ

จุดเด่นของต้นลิ้นมังกร

ฟอกอากาศได้

       ช่วยฟอกอากาศและสามารถกรองสารพิษต่าง ๆ โดยเฉพาะถ้าวางไว้ในห้องนอนจะปล่อยออกซิเจนในเวลากลางคืน ช่วยให้หายใจได้ดีขึ้นขณะนอนหลับ

แข็งแรงทนทาน

       ทนต่อสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง สามารถปลูกในพื้นที่ที่แดดแรงจัดได้ หรือปลูกในที่ร่มก็ได้ แต่ต้องได้รับแสงเพียงพอ ไม่ค่อยพบโรคและแมลงรบกวน

เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย

       ปลูกในกระถางแล้วตั้งไว้ในห้องแอร์ก็ได้ หรือปลูกบนดินกลางแจ้งได้ โดยเน้นดินร่วนโปร่ง รดน้ำแค่วันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง ให้ดินพอชุ่มชื้น อย่าให้ถึงขั้นแฉะ

การปลูกต้นลิ้นมังกร

       มาดูกันว่า การจะปลูกต้นลิ้นมังกรต้องเตรียมตัวและคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

แสงแดด
 หากปลูกในห้องนอนควรตั้งกระถางไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทและมีแสงแดดรำไร อย่างริมหน้าต่าง ถ้าห้องนอนไม่มีแดดส่องถึงเลยก็ควรนำออกไปตากแดดข้างนอกสัปดาห์ละครั้ง เพื่อที่ใบจะได้มีสีสันและลวดลายสวยงามขึ้น หากปลูกกลางแจ้งที่สามารถรับแสงได้ตลอดทั้งวัน ใบจะหยาบกร้าน แต่ยังเติบโตได้หากหมั่นรดน้ำเสมอ

น้ำ

       แม้จะเป็นพืชที่ทนความแห้งแล้งได้แต่ก็ควรรดน้ำเป็นประจำ วันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง ให้ดินชุ่มชื้นเสมอ แต่ไม่ควรรดน้ำจนดินแฉะเกินไปจะทำให้เน่าได้

อากาศ

       เติบโตได้ในทุกสภาพอากาศ แต่ควรมีความชื้นพอสมควร เพราะใบจะสวยและสีสด

ปุ๋ย

       ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยมาก เพราะต้นลิ้นมังกรไม่ได้ต้องการธาตุอาหารมาก แค่ให้ปุ๋ยคอกทุก 2-3 เดือนก็เพียงพอแล้ว

ภาชนะปลูก

       ลิ้นมังกรโตเต็มที่จะสูงประมาณ 1 เมตร เหมาะกับกระถางทรงสูง หรือจะเลือกขนาดมาตรฐานก็ได้เช่นกัน

     

 

 

แมวพันธ์ุสฟิงซ์

แมวพันธ์ุสฟิงซ์เป็นแมวที่มีขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ เป็นแมวที่มีกล้ามเนื้อและน้ำหนักค่อนข้างมาก หูมีขนาดใหญ่และกว้างคล้ายกับหูของค้างคาว ดวงตากลมและกว้างมีรูปร่างเหมือนเลม่อน ด้วยลักษณะของดวงตาทำให้แมวสฟิงซ์น่าเข้าหาและมีความเป็นกันเอง ดวงตาของแมวไม่มีสีที่แน่ชัดสามารถมีได้หลายสี ในแมวมีโหนกแก้มที่เด่นชัดจะทำให้นึกถึงแมวอียิปต์ในตำนาน

หนวดแมวและขนคิ้วสามารถพบได้ในแมวสฟิงซ์เช่นกัน หรือบางครั้งอาจไม่พบเลยก็ได้ ถ้าหากว่าพบว่ามีหนวดแมว ลักษณะของหนวดแมวที่พบจะมีความเปราะและจัดเรียงตัวอย่างกระจัดกระจาย แต่ขนที่บริเวณอุ้งเท้าและท้องจะมีความหนาแน่น

ไม่ใช่แมวสฟิงซ์ทุกตัวจะไม่มีขน ผิวหนังของแมวมักถูกคลุมไว้ด้วยเยื้อบางๆที่สามารถรู้สึกได้จากการสัมผัสหรืออาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เนื่องจากเยื่อบางๆนี้ทำให้ผิวหนังของแมวมีความอุ่นและนิ่ม อีกลักษณะที่สามารถพบได้ในแมวพันธ์ุนี้ คือ การมีรอยย่นตรงบริเวณหัวไหล่ ระหว่างหูทั้งสองข้างละปลายจมูก

รอยย่นนั้นไม่ได้พบเพียงแมวพันธ์ุสฟิงซ์ เท่านั้นแต่สามารถพบในแมวพันธ์ุอื่นได้เช่นกัน แต่มักเห็นในแมวสฟิงค์เนื่องจากเป็นแมวที่ไม่มีขน ลักษณะเด่นที่ผิวหนังจะมีความคล้ายกับลักษณะที่มีอยู่บนขน โดยลักษณะที่ทำให้เป็นแมวสฟิงค์นั้นคือการไม่มีขน ดังนั้นแมวสฟิงค์จะไม่พบลักษณะเด่นหรือสีขนใดๆ ยกเว้นแต่จะมีการระบุถึงสีหรือรูปแบบที่กำหนดไว้ว่าเป็นลักษณะของแมวสฟริงค์

บุคคลิกแมวสฟิงซ์ 

แมวสฟิงซ์ เป็นแมวที่มีพลังงานมากสามารถห้อยผาดโผนได้เหมือนลิง แต่มีความสามารถในการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการปีนขึ้นไปบนชั้นวางหนังสือ ปีนขึ้นประตู หรือแม้จะเกาะอยู่บนไหล่ของมนุษย์เหมือนกับนกก็ทำได้ แมวสฟิงค์ยังเป็นแมวที่ต้องการความสนใจจากมนุษย์อีกด้วย

แมวจะเป็นเหมือนตัวตลก คอยกระโดดและทำเรื่องหน้าอายอยู่เสมอ นอกจากนี้แมวยังเป็นสัตว์ขี้สงสัยและซุกซนพร้อมกับความฉลาดทำให้สามารถควบคุมได้ค่อนข้างง่าย

เนื่องจากความขี้เล่นเป็นกันเองและสามารถควบคุมได้ง่ายทำให้แมวสฟิงซ์นั้นมักถูกจัดแสดง แมวพันธ์ุนี้ควรเป็นแมวที่เลี้ยงอยู่ภายในเนื่องจากสิ่งสวยงามด้านนอกอาจเป็นอันตรายแก่มันได้ นอกจากนี้แมวชนิดนี้ยังเป็นแมวที่มีความซื่อสัตย์และเป็นที่รักใคร่แก่เจ้าของมาก มันจะคอยเดินตามคุณเจ้าของทั่วบ้าน และวิ่งไล่งับหางตัวเอง แมวสฟิงซ์เป็นแมวที่ชอบเปิดเผยชอบที่จะได้ความสนใจจากคุณเจ้าของและไม่ชอบที่จะถูกเพิกเฉย อีกทั้งยังสามารถเข้าได้ดีกับสัตว์ชนิดอื่นๆ ทั้งสุนัขและแมว

 

เริ่มต้นธุรกิจร้านอาหาร

ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ใครหลายคนอยากเป็นนายตัวเอง ธุรกิจร้านอาหารถือเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ ของคนที่กำลังมีความหวังความฝันอยากทำธุรกิจเล็กๆ ง่ายๆ หลายคนมองว่าการทำอาหารขายคงไม่ยุ่งยากอะไรก็แค่ทำกับข้าวให้คนกิน แต่เอาเข้าจริง พอจะเริ่มต้น ไม่รู้จะเริ่มยังไง จับต้นชนปลายไม่ถูก หรือเริ่มไปแล้วกลับพบว่าทำไมมันไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ทำไมมันยุ่งยากหยุมหยิมจัง เอาอย่างนี้ก็แล้วกันค่ะ สำหรับว่าที่เจ้าของกิจการมือใหม่ ที่วาดหวังไว้กับธุรกิจร้านอาหารในฝัน ก่อนที่จะได้ลิ้มรสหอมหวานของความสำเร็จ ท่านคงต้องผ่านบททดสอบในหลายๆ เรื่องหากเราเตรียมตัวดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง 

ประเภทธุรกิจร้านอาหาร

Buffet กินไม่อั้น ธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เราๆ  คงคุ้นเคยกันดีในฐานะผู้ใช้บริการ แต่ถ้าจะขยับมาเป็นเจ้าของร้านอาหารประเภทบุฟเฟ่ต์ คุณต้องบริหารจัดการร้านของคุณเป็นอย่างดี อย่าลืมนะครับ แม้ว่าการบริการแบบบุฟเฟ่ต์ มันเหมือนจะง่ายดาย แต่การวางแผนเป็นสิ่งสำคัญมาก เราจะบริหารวัตถุดิบอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้ลูกค้าทานเหลือ และที่สำคัญทำอย่างไรหักลบทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เราจะได้กำไร

Casual Style ง่ายๆ สบายๆ คงเป็นร้านอาหารในฝันของหลายๆ คนที่อยากเป็นร้านชิล ๆ นั่ง

สบายๆ บริการลูกค้าอบอุ่นเป็นกันเอง อย่างพวกสวนอาหารทั่วๆ ไป หรือร้านอาหารริมน้ำ เป็นต้น

Fast casual เสิร์ฟเร็วกินเร็ว ง่าย ๆ ถ้าให้นึกภาพง่าย ๆ ก็คือร้านอาหารตามสั่งทั่วๆ ไป

ร้านอาหารข้างทาง

Fine Dining ภัตตาคาร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าภัตตาคาร แน่นอนว่า ต้องเน้นความหรูหราอลังการไม่ว่า

จะเป็นการตกแต่งหรือการบริการ เมนูอาหารที่ต้องพิเศษเลิศรส

Fast Food ทำเร็ว กินเร็ว ไปเร็ว ร้านอาหารประเภทนี้ เน้นลูกค้าเวลาน้อย อาหารราคาไม่แพง

ได้แก่ พวกร้านข้าวแกงตักราด ร้านไก่ทอด ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ทำนองนี้

Franchises ถ้าหากเราขี้เกียจคิดสูตรเอง คิดกระบวนการบริหารจัดการเอง ร้านอาหารแฟรน์ไชส์เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คนอยากมีร้านอาหารประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้น เพราะสะดวกง่าย ไม่ต้องคิดเอง ได้ know how การทำ การบริหาร แต่ต้องจ่ายค่าชื่อ และจ่ายค่าธรรมเนียมต่อปี ต่อเดือน หรือ ต้องซื้อวัตถุดิบหลักจากเจ้าของแฟรน์ไชส์ เป็นต้น

Food Truck ร้านอาหารเคลื่อนที่ ตอนนี้ในเมืองไทยกำลังเป็นที่นิยมและยังตัดปัญหาสำหรับคนไม่มี

ที่ทางถาวรเป็นของตัวเอง อาศัยจอดในที่ทางที่เหมาะสม ถ้าอาหารอร่อย รับรองจอดที่ไหนคนแน่นที่นั่น

Food catering การบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ รูปธุรกิจร้านอาหารประเภทนี้ ตัดปัญหาเรื่องหน้า

ร้าน ถ้ามีฝีมือ มีแรงงานสักหน่อย เติมเรื่องการบริหารจัดการที่ดีเข้าไป เผลอๆ กำไรดีกว่าร้านที่มีหน้าร้านเสียอีก

 

เคล็ดลับในการดูแลตัวเองของสาวๆ

       วันนี้เราได้เคล็ดลับในการดูแลตัวเองของสาวๆมาฝากทุกคน ซึ่งเป็นวิธีดูแลตัวเองทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ควบคู่กันไป งานนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าคนรักตัวเองห้ามพลาดเด็ดขาด มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

 ออกกำลังกาย

       ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที แต่หากไม่มีเวลา อย่างน้อยก็ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยเลือกรูปแบบการออกกำลังกายในแบบที่คุณชอบหรือถนัด

กินอาหารที่มีประโยชน์

       การกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพช่วยเพิ่มพลังงานและเสริมสร้างร่างกายที่แข็งแรง แต่หากไม่มีเวลาวางแผนหรือจัดเมนูอาหารให้ตัวเองจริง ๆ อย่างน้อยก็ควรกินผัก-ผลไม้ให้มากๆ ดื่มน้ำให้เยอะๆ และควรเลือกดื่มนมไขมันต่ำ หรือเน้นกินอาหารที่มีโปรตีนแต่มีไขมัน

ดูแลตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า

       ไม่เพียงแต่จะดูแลสุขภาพภายในให้แข็งแรงสมบูรณ์แล้ว เรื่องของสุขภาพภายนอกก็เป็นสิ่งที่ควรดูแล เช่น ผิวพรรณ เส้นผม เล็บมือ เล็บเท้า เราควรหมั่นดูแลให้มีสุขภาพดี เปล่งปลั่งสดใส โดยหาผลิตภัณฑ์มาบำรุงอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงการดูแลรักษาความสะอาด และตกแต่งเสริมสวยให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น

พักผ่อนให้เพียงพอ

       การพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ไม่รู้สึกอ่อนเพลียมากเกินไป ทางที่ดีควรนอนหลับให้ได้วันละ 7-9 ชั่วโมง แต่หากไม่สามารถหลับตรงตามเวลาได้ แนะนำว่าควรจัดห้องนอนให้พร้อมแก่การพักผ่อน โดยทำให้เป็นที่ที่สงบ นอนสบาย รู้สึกผ่อนคลาย

หมั่นตรวจสุขภาพร่างกายของตัวเอง

       เพราะสุขภาพร่างกายของตัวเองนั้นสำคัญเสมอ เราจึงต้องหมั่นดูแลรักษาสุขภาพ พร้อมกับหมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ จะได้ทราบว่าร่างกายของเราแข็งแรงดี หรือมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง จะได้หาทางรักษาและดูแลต่อไป

          เมื่อได้ทราบเทคนิคเคล็ดลับดีๆ ในการดูแลตัวเองแบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมนำไปปรับใช้กับตัวเองดูสิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น แถมยังช่วยให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกาย สบายใจ

รีวิว ซีรีย์สุดฮิตในขณะนี้ Mr.Queen

              ซีรีย์เกาหลีสมัยนี้มีการพัฒนาไปอย่างมาก ทั้งสนุกและมีเนื้อหาหลายหลาย ล่าสุได้ยินคนพูดถึงกันหนาหูว่า มีซีรีส์เกาหลีอยู่เรื่องหนึ่งที่ตลกมาและสนุกมากอยู่ใน Viu ในที่สุดก็อดรนทนไม่ไหว ลองสมัครใช้บริการดูสักหนนึง สมัครปุ๊บก็ดูปั๊บทันที เริ่มด้วยเรื่องนี้ Mr. Queen ซีรีส์ที่ออกแนวแฟนตาซีผสมพีเรียด เพราะพระเอกดันข้ามเวลากลับไปสู่ยุคโชซอนได้ เท่านั้นไม่พอ พระเอกยังไปอยู่ในร่างหญิงอีก แล้วก็ไม่ใช่หญิงธรรมดาด้วย เธอเป็นราชินีของกษัตริย์เลยนะ

รีวิวซีรีส์ Mr. Queen

เอาแค่ว่า เชฟชายเพลย์บอยที่มีชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน ต้องกลับกลายเป็นราชินีของกษัตริย์ในยุคโชซอน มันก็พอจะบอกได้แล้วล่ะ ว่าต้องเป็นซีรีส์ที่ขายความตลกเป็นแน่ แต่มันไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ ในเมื่อมันเป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวในยุคนั้นมันก็ต้องมีความพีเรียดย้อนยุค มันจึงมีเรื่องราวในราชสำนัก เกมชิงอำนาจจึงเป็นส่วนผสมที่สำคัญในเรื่องไปด้วย

พล็อตย้อนยุค ที่สลับเพศ พลิกฐานันดร!

การที่เขาเป็นคนในโลกปัจจุบันและต้องกลายเป็นหญิงแถมยังต้องเป็นราชินีในยุคโชซอนอีกนี่คงเป็นอะไรที่ปรับตัวยากไม่ใช่เล่น ไหนจะเผชิญกับเรื่องราวชิงอำนาจในราชสำนัก ไหนจะต้องแปรเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นหญิงชาววังผู้สูงศักดิ์ที่ไม่เคยคิดจะเป็นมาก่อน ต้องปรับตัวเพื่อไม่ให้ใครมองว่าบ้าเพราะจำอะไรในอดีตของพระมเหสีไม่ได้สักอย่าง แถมยังต้องคิดหาทางกลับสู่ร่างและยุคปัจจุบันให้ได้อีก ตอนเป็นมนุษย์ผู้ชายในโลกปัจจุบัน เขาก็ช่ำชองในเรื่องผู้หญิงอยู่แล้ว คบไม่เลือกหน้า เรียกว่าเสน่ห์แรง พอมาอยู่วังหลวง เจอสนมเอกคนสวยเข้าไป ท่าจะถูกใจไม่เบา เสียดายที่ดันอยู่ในร่างหญิง แล้วยังไงล่ะ ต้องเป็นเมียกษัตริย์อีก จะเสียท่าพระเจ้าชอลจงในวันไหนก็ไม่รู้ ดูจะขัดแย้งกับเพศดั้งเดิมไม่น้อยเลย

สิ่งที่พาให้คนดูรู้สึกสนุก นอกจากพล็อตที่เอาชายมาอยู่ในร่างหญิงระดับราชีนียุคโชซอนแล้ว ตัวเอกก็ยังเคยเป็นเชฟทำอาหารเก่งขั้นสุดยอด เมื่อมาเป็นเมียกษัตริย์ก็ต้องใช้ความเก่งกาจด้านการทำอาหารให้เป็นประโยชน์ กลายเป็นราชินีที่เข้าครัวเอง

ความฮาของราชินี กับ ความลับของพระราชา

แม้ว่าแท้ที่จริงแล้ว พระเจ้าชอลจงนี่มีตัวตนจริงตามประวัติ ก็เขาหยิบเรื่องจริงมาขีดเขียนใหม่นิ ภาพลักษณ์ของท่านคงมีแต่เรื่องไม่ใคร่ดี แต่ในซีรีส์เรื่องนี้ เหมือนเขาจะพยายามแง่มุมเบื้องลึกเพิ่มเข้าไป คล้ายจะบอกเราว่ายังมีสิ่งที่คุณไม่รู้ แท้จริงเขาเป็นคนแบบนี้ เขามีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ อะไรประมาณนั้นภายนอก คนอาจมองว่า พระเจ้าชอลจงไม่ได้มีสติปัญญาอันใด ได้แค่เพียงเป็นกษัตริย์หุ่นเชิดของพระพันปีหลวง วันๆ เอาแต่อ่านตำรา 18+ ที่สอดไส้อยู่ในหนังสือวิชาการ

แต่เบื้องหลัง เขามีความเฉลียวฉลาดไม่น้อย มีทีมงานที่คอยประชุมกันนอกวังอยู่เสมอ มีชีวิตวัยเด็กที่เป็นปริศนา ใจจริงเขาก็ไม่ได้รักพระมเหสีคิมโซยง ออกจะไม่ไว้ใจถึงขั้นเป็นศัตรูกันด้วยซ้ำ ขณะที่หัวใจจริงๆ ของเขาอยู่ที่พระสนมเอกคนสวย โจฮวาจิน เสียมากกว่า แต่เหตุตกน้ำในทะเลสาบของโซยงต่างหากที่เป็นจุดพลิกผัน

ขณะที่คิมโซยงเองก็ต้องปรับตัวให้อยู่รอดในวังท่ามกลางการชิงอำนาจอันเข้มข้น โดยที่เริ่มต้นนั้น ความจำเกี่ยวกับพระมเหสีเป็นศูนย์ แต่ความสามารถด้านการทำอาหารยังอยู่ครบ และด้วยเหตุนี้ ทำให้ ชินฮเยซอน ต้องงัดความเก่งในด้านการแสดงออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งคอเมดี้ชวนฮา ทั้งเรียกน้ำตาในวันที่พระมเหสียังเป็นตัวเองอยู่

สิ่งที่ผมชอบในซีรีส์เรื่องนี้ ก็คือ การแทรกเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของชีวิตในรั้วในวังเข้ามา ทำให้เรารู้ว่า คนในวังของยุคโชซอนนั้นมีขนบธรรมเนียมและวิถีคิดยังไง นอกเหนือจากความบันเทิงแล้วก็ยังจะได้ความรู้เพิ่มไปด้วย อีกสิ่งที่ผมชื่นชอบก็คือ ดนตรีประกอบที่มักจะผสมผสานกันระหว่างดนตรีออร์เคสตร้า และดนตรีสมัยปัจจุบันที่ดูขัดแย้งกับยุคสมัยในเรื่อง

บางตอนก็อาจจะมีพาร์ทคอมิดี้น้อยหน่อย เคร่งเครียดเพิ่มมานิด เดินเรื่องมากขึ้นหน่อย ถ้าอยากได้ช็อตชวนฮาก็คงต้องอดทนรอกันเล็กน้อย แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า คอสตูมยุคโชซอนมันเป็นปัญหาต่อการจดจำหน้าตาของผมมากทีเดียว นอกเหนือจากการจดจำชื่อตัวละครอะนะ ตอนแรกของผม มันจึงค่อนข้างไปอย่างเชื่องช้า ดูซ้ำๆ ให้เวลาปรับตัว แล้วช่วงต่อๆ มามันก็จะเร็วขึ้นเอง อย่างให้ผู้อ่านได้ลองไปรับชมดู แล้วจะรู้ว่าความสนุกที่แท้จริงเป็นอย่างไร